ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร the first Thai player in English Premier League

ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร คือนักเตะไทย ในอังกฤษ ที่เราจะพูดถึงในวันนี้ เรามาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า สำหรับแข้งไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ ที่มีชื่อในเกมการแข่งขันฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ  เขามีชื่อว่า  ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร มีชื่อเล่นว่า กัน  เขาเกิดที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2543  พื้นเพเป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อมานั้น เมื่อเขาได้อายุ 6 ขวบเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสนั้นเอง  ซึ่งปัจจุบันนี้เขามีอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น ต้องบอกเลยว่าอายุของเขานั้นยังน้อย มีโอกาสโลดแล่นในวงการฟุตบอลในลีกดังๆอีกนาน อย่างแน่นอน  และเชื่อว่าชื่อของเขานั้น ได้ลงในข่าวกีฬาต่างๆ ทำให้แฟนบอลชาวไทยนั้นคงชื่นชอบและติดตามมากขึ้น 

เพราะว่าไม่เคยมีนักเตะไทยคนไหนเลยที่จะมีชื่อในลีกฟุตบอลดังๆ ที่มีแฟนบอลทั่วโลกหนาแน่นเท่ากับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ  และสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ ลีกอังกฤษ ที่ ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร  ได้ร่วมทีมอยู่นั้น ก็คือ สโมสรฟตบอล เลสเตอร์ ซิตี้  ต้องบอกเลยว่าสโมสรฟุตบอลจิ้งจอกสยาม  ถือว่าเป็นสโมสรฟุตบอลที่ค่อนข้างใหญ่ มีผู้บริหารสโมสรเป็นคนไทยนั่นเอง  ถือว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างมากใน พรีเมียร์ ลีกอังกฤษ  และที่สำคัญนั้นสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้  ยังเคยได้แชมป์ พรีเมียร์ ลีกอังกฤษในฤดูกาล 2015 – 2016  อีกด้วย  ต้องบอกเลยว่าการที่นักเตะไทยนั้น ได้ร่วมทีมกับสโมสรฟุตบอลใหญ่ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยส่วนหนึ่งที่เขาได้รับโอกาสนั้น ก็เป็นฟอร์มการเล่นที่ดี และพัฒนามาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร

ก็เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ ของเขานั่นเองต่อมาเรามารู้จักในด้านหนึ่งของเขากันดีกว่าว่า ธนวัฒ์ ซึ่งจิตถาวร  นั้น ได้เขามาสู่วงการฟุตบอลได้อย่างไร เขาได้เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก โดยเริ่มเล่นในระดับเยาวชนกับสโมสร อาแอส นอยน์เคิร์ช  และฟอร์มการเล่นที่เข้าตาและโดดเด่นนั้นก็ทำให้เขาถูกดึงตัวไปเล่นในระดับเยาวชนของ น็องซี่  นานถึง 7 ฤดูกาลนั้นเอง  และด้วยความฝึกฝน และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เจ้าตัวก็ได้ถูกเรียกให้ติดทีมชาติของฝรั่งเศสในชุด U-16 , U-17  เมื่อปี 2016  นั่นเอง 

ต้องบอกเลยว่าฝีมือและทักษะการเล่นฟุตบอลของเขานั้น พัฒนาเร็วมาก และในที่สุดเขาก็ได้รับโอกาสครั้งใหญ่ และเป็นสิ่งที่จะทำให้แฟนบอลไม่ใช่เฉพาะในไทยเท่านั้น ร่วมไปถึงแฟนบอลทั่วโลกรู้จักในตัวตนของเขามากขึ้น  เพราะเขาได้ย้ายไปร่วมทีมกับ สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ นั่นเอง

ธนวัฒน์  ได้กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักให้ทีมอะคาเดมี่ของ เลสเตอร์ ซิตี้  ภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ บีเกิ้ลโฮล  นั้นเอง  โดยเขาได้ลงเล่นในเกม พรีเมียร์ลีก 2  ไปทั้งหมด 9 นัด  ทำประตูไปได้ 2 ประตู  และยังลงเล่นในเกม อีเอฟเอล โทรฟี่  4 นัดทำประตูได้ 2 ประตู  และมาสกไปกว่านั้น ธนวัฒน์  นั้นได้โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมในทีมชุด U – 23 ของเลสเตอร์ ซิตี้  ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะแมนยูไนเต็ด  ไปด้วยผลบอล 4-2  โดยเกมนัดนี้ ธนวัฒน์ เองนั้นทำประตูไปได้ถึง 2 ประตูนั่นเอง

และด้วยฟอร์มการเล่นที่โดเด่นและทักษะที่เข้าตาจึงทำให้โอกาสของ ธนวัฒน์ นั้นเปิดกว้างขึ้น สุดท้ายเขาก็ได้ถูกเรียกตัวมาซ้อมกับทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ชุดใหญ่นั่นเอง  ซึ่งเขาได้ถูกเรียกตัวมาซ้อมกับทีมใหญ่นานกว่า 2 เดือนแล้ว  ถึงเขายังไม่ได้รับโอกาสลงสนามในตัวจริง แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเขาในการมาร่วมทีมสโมสรฟุตบอลที่มีแฟนบอลทั่วโลก และเป็นสโมสรดังใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ  ก็ถือว่าเป็นหน้าเป็นให้กับประเทศไทยอยู่ไม่น้อย  เพราะว่ายังไม่เคยมีนักเตะไทยคนไหนเลยที่จะได้ร่วมทีมฟุตบอลในสโมสรใหญ่ๆในต่างประเทศ 

การที่ ธนวัฒน์  ได้ถูกเรียกตัวติดทีมชุดใหญ่ของสโมสรฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างทีม เลสเตอร์ ซิตี้ นั้น อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของตลาดนักเตะที่จะมองเห็นศักยภาพของนักเตะไทยเพิ่มมากขึ้น  และอนาคตในภายภาคหน้าอาจจะมีนักเตะไทยอีกหลายๆคน ที่ถูกเรียกตัวติดทีมฟุตบอลสโมสรดังๆก็เป็นไปได้เช่นกัน

นี่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ  ธนวัฒน์ ซึ่งจิตถาวร  เลยเพราะว่าการได้รับโอกาสในการร่วมทีมฟุตบอลสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้  นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย  แต่นั้นก็เป็นเพราะว่าการเล่นฟุตบอลของเขาตั้งแต่เด็ก  และมีการฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตบอลมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนการเล่นเข้าตากุนซือใหญ่แห่งทีม เลสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง

ถึงแม้ว่าการที่เขาได้มาร่วมทีมสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ นั้นยังไม่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงก็ตาม  ยังไงเราเชื่อว่าการเล่นฟุตบอลที่ดีและพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องนั้นเราเชื่อว่า ธนวัฒน์ ต้องมีโอกาสได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแน่นอน  เราเป็นคนไทยต้องเชียร์ไทยด้วยกัน   เราส่งกำลังใจแรงเชียร์ให้กับ ธนวัฒน์  ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในเร็ววันนี้

เหลือ 8 ทีมชิงยูฟ่า ใครจะอยู่ ใครจะไป

เหลือ 8 ทีมชิงยูฟ่า คือบทความที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้ เรื่องนี้สำหรับเหล่าสาวกแฟนบอลทั่งโลกต่างๆเราจะไม่พูดถึงก็คงจะเป็นไปไม่ได้เลย   เพราะเหล่าแฟนบอลทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยการจับฉลากประกบคู่ของฟุตบอล ถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นั้นเอง  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีแฟนบอลทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารอคอยขนาดนี้ ว่าทีมโปรดของตัวเองนั้นจะได้ประกบคู่แข่งกับทีมไหน  ก็เพราะว่าฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีนี้ทีมระดับโลก ทีมดังๆที่มีกองเชียร์หนาแน่นนั้นต่างพาเลซกันเข้ารอบ 8 ทีมด้วยกันทั้งนั้น  เพราะว่าถ้าทีมใดนั้น ได้เป็นแชมป์ของฟุตบอลถ้วยนี้จะได้เป็นที่ยอมรับ และเป็นทีมที่เก่งที่สุดในทวีปยุโรปเลยทีเดียว 

ทีมที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขัน ของถ้วยฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีก นั้นจะคัดมาจากอันดับ 1 ถึง  4 ของลีกในทวีปยุโรปเท่านั้นต้องบอกเลยว่าทีมแต่ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันถ้วยฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีก นั้นมีแต่ทีมหินๆค่อนข้างที่จะแข่งแกร่ง 

ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อลงสู่สนามเราไม่สามารถคาดเดดาได้ว่าทีมไหนจะเป็นผู้ชนะ  แต่มันอยู่ที่ความพร้อมการวางแผนของแต่ล่ะทีมนั้นเอง  แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก นั้นก็ได้เดินทางมาถึงในรอบก่อนรองชนะเลิศ นั้นก็คือรอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้วนั้นเอง  เรามีดูกันว่ามีทีมไหนได้เข้ารอบมากันบ้างทีมแรกก็คือ ลิเวอร์พูล , เชลซี , แมน ซิตี้ , ปอร์โต้ , เรอัล มาดริด , เปแอสเช , ดอร์ทมุนด์ , บาเยิร์น

เหลือ 8 ทีมชิงยูฟ่า

นี่แหละคือโฉมหน้าของ 8 ทีมสุดของฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีก ในปีนี้กว่าจะมาถึงรอบ 8 ทีมนั้นต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย  เพราะต้องฝ่าฟันกันทีมระดับแนวหน้าต่างทีมชั้นนำของลีกต่างที่แข็งแกร่งมากกว่าจะมาถึงในรอบนี้  ทีมไหนที่มาถึงในรอบ 8 ทีมนั้นต้องยอมรับเลยว่าเป็นที่ที่ค่อนข้างที่จะแกร่งอย่างมาก ซึ่งบอกเลยว่า 8 ทีมสุดท้ายในปีนี้ ต้องเป็นทีมที่แฟนบอลทั่วโลกนั้น ให้ความหวังเป็นที่สุดว่าทีมที่ตัวเองเชียร์เป็นแฟนบอลอยู่นั้นจะมีโอกาสได้คว้าแชมป์นั้นเอง  เพราะเป้าหมายของนักฟุตบอล และทีมฟุตบอล รวมไปถึงแฟนบอลทั่วโลกต่างๆ มีจุดมุ่งหมายเดียวกันอยู่แล้วนั้นก็คือการได้รับตำแหน่งแชมป์นั้นเอง 

เพราะไม่มีทีมฟุตบอลไหนที่จะเข้ามาแข่งขันแบบไม่เต็มที่ แบบไม่มีความพร้อม รับรองได้เลยว่าทีมที่เข้ามาถึงในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีกนั้นเป็นทีมที่แข็งแกร่งทุกทีมเลยทีเดียว  และเรามาทราบกันเลยดีกว่าสิ่งที่ทุกคนแฟนบอลทั่วโลกต่างรอคอยกันอยู่คือการจับสลากประกบคู่ของรอบ 8  ทีมสุดท้ายฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกนั้นเอง 

เรามาดูกันว่าในรอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้ทีมไหนจะได้พบกับทีมไหนบ้าง และทีมโปรดที่ตัวเองนั้นเชียร์อยู่จะเจอกับทีมไหน   แมน ซิตี้  พบ ดอร์ทมุนด์ , ปอร์โต้ พบ เชลซี , บาเยิร์น พบ เปแอสเช , เรอัล มาดริด พบ ลิเวอร์พูล นี้แหละคือผลการจับฉลากของ 8 ทีมสุดท้ายที่ออกมานั้นเอง

ซึ่งผลการจับสลากออกมาในรูปแบบนี้แล้วนั้นไม่ต้องมีอะไรให้น่ากลัวอีกแล้ว   เพราะกว่าที่ 8 ทีมสุดท้ายนั้นจะเข้ามาถึงรอบนี้นั้นก็ถือว่าสมศักดิ์ศรีที่สุดแล้ว  และมาถึงจุดนี้ได้มันไม่มีอะไรแล้วทุกทีมถือว่าเก่งและแกร่งทุกทีมนั้นเอง  ถึงแม้ชื่อชั้นของแต่ล่ะทีมค ่อนข้างที่จะแตกต่างกัน แต่ต้องยอมรับว่ามันก็เป็นเพียงการยอมรับซึ้งประเมินค่าไม่ได้  สิ

่งที่แท้จริงที่สุดนั้นก็คือเราต้องวัดกันที่สนามจะดีกว่า  เรามาอธิบายรายละเอียดกันสักหน่อยดีกว่าๆที่จะมาเป็น 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้างกว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้นั้นเอง  เพราะการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก นั้นเขาคัดมาจาก 32 ทีมในทวีปยุโรปที่ดีที่สุดเลยถือว่าค่อนข้างเยอะมาก  เมื่อคัดเลือกมาครบแล้วเขาก็จะมาแบ่งสายแบ่งทีมกันแข่งโดยจะแบ่งเป็น 8 สายตกสายละ 4 ทีมนั่นเอง 

โดยแต่ล่ะสาย แต่ล่ะทีมนั้น จะแข่งกันแบบพบกันหมดนั่นเอง และจากนั้นก็จะนำเอาทีมเดียวที่เป็นอันดับที่หนึ่งของสายเข้ามาสู่ในรอบก่อนรองชนะเลิศหรือรอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้นเอง  เห็นหรือไม่ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเข้ามาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้ต้องเป็นทีมที่เก่งจริงเท่านั้น  โดยการจับสลากการพบกันของ 8 ทีมสุดท้ายนั้นแล้ว  การแข่งขันในนัดแรกของรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะเริ่มแข่งขันในวันที่ 6-7 เมษายน 2564  และนัดที่สองจะเริ่มแข่งขัน วันที่ 13-14  เมษายน 2564  นั้นเอง

รายละเอียดของทีมฟุตบอลในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกนั้นเราได้อธิบายไว้ข้อความข้างต้นแล้ว  ทุกคนต้องเข้าใจและเชื่อมั่นในทีมที่ตัวเองเชียร์เป็นอย่างดีแน่นอน  และเชื่อว่าเหล่าสาวกแฟนบอลทั่วโลกทุกคนต่างก็อยากที่จะให้ทีมตัวเองนั้นได้เป็นแชมป์นั้นเอง 

เพื่อประกาศศักดาให้สมศักดิ์ศรีไปเลยให้ทั่วโลกทุกคนทราบว่าทีมเราคือทีมที่เก่งที่สุดนั้นเอง  ทั้งนี้ทังนั้นไม่มีสาวกคนไหนต้องน้อยเนื้อต่ำใจว่าทีมที่ตัวเองเชียร์อยู่นั้น มีแฟนบอลที่ค่อนข้างน้อย  ไม่ต้องเป็นกังวลใดๆทั้งสิ้นเพราะทีมทุกทีมที่เข้ามาสู่รอบ 8 ทีมนั่น คือทีมที่เก่งและแกร่งที่สุดนั่นเอง

เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นทีมที่เก่งแล้ว  แต่อย่างไรก็ตามแฟนบอลทั่วโลกก็ต้องอย่างให้ทีมที่ตัวเองเชียร์ได้แชมป์ไปครอง  เราไม่สามารถทราบได้ 1 ใน 8 ทีมนี้ทีมไหนจะได้เป็นแชมป์ถ้วยฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก ปีนี้ไปครอง  ของให้เหล่าแฟนบอลทั่วโลกทุกคนเอาใจเชียร์มาลุ้นให้ทีมโปรดของตัวเองได้ถึงตำแหน่งแชมป์นั่นเอง

ศึกแห่งศักดิ์ศรี ลิเวอร์พูล ปะทะ เชลซี Steal the UEFA area

ศึกแห่งศักดิ์ศรี ลิเวอร์พูล ปะทะ เชลซี วันนี้เราจะพูดถึงลีกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกเช่นเคย  จะไม่พูดถึงจะไม่กล่าวถึงมันคงเป็นไปไม่ได้  เพราะทุกคนนั้นอยากให้เราอัพเดตอยู่ตลอดเวลา เพราะพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นเป็นลีกทีมสโมสรฟุตบอลชั้นนำที่ทุกคนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากนั่นเอง  เพราะโปรแกรมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษคืนนี้ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ระหว่างทีมขวัญใจทีมยอมนิยมอย่างทีม หงส์แดง ลิเวอร์พลู  พบกับ ทีมสุดหินอย่างทีม สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ถึงตอนนี้ลิเวอร์พลูนั้น จะอยู่อันดับตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ต่ำกว่าเชลซี ก็ไม่มีผลอะไร  เพราะถ้าเกมยังไม่จบเราจะประเมินค่าไม่ได้

เราต้องดูผลของคืนนี้ก่อน  เพราะชื่อชั้นของลิเวอร์พลูนั้น มีเปอร์เซ็นการเอาชนะที่ดีกว่าทีมเชลซีอย่างแน่นอน  เราต้องวิเคราะห์เกมต่อเกมของสองทีมนี้ดู ว่าคืนนี้ทีมไหนจะเป็นทีมที่แกร่งกว่ากันในเกมนัดคืนนี้ที่ลิเวอร์พลู  พบ กับ เชลซี ในวันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม 2564  เวลา 03.15 น. คืนนี้นั่นเอง  เชื่อว่าแฟนบอลทั่วโลกของทั้งสองทีมนั้น ต้องตั้งตารอชมเกมของคืนนี้อย่างแน่นอน  เพราะทั้งสองทีมล้วนแล้วแต่เป็นทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษอยู่แล้ว  เพื่อไม่อยากให้ทีมที่ตัวเองเชียร์ต้องผิดหวังเสียฟอร์ม เหล่าสาวกของทั้งสองทีมก็อยากที่จะให้ทีมโปรดของตัวเองนั้นได้รับชัยชนะอยู่แล้วแน่นอน

ศึกแห่งศักดิ์ศรี ลิเวอร์พูล ปะทะ เชลซี

คือวันนี้ประเด็นที่เราจะมาพูดถึงมาวิเคราะห์ก่อนที่เกมคืนนี้จะเริ่มขึ้น นั่นก็คือ แผนการของทีมลิเวอร์พลูนั้น จะเล่นเกมคืนนี้แบบไหน ที่จะกำราบทีมลเชลซีให้อยู่มัดได้นั่นเอง  ไม่ใช่ว่าเราดูเหมือนจะเข้าข้างลิเวอร์พลูมากกว่าเชลซีนะ  แต่ที่เราเน้นไปทางลิเวอร์พลูมากกว่าเชลซี นั่นก็เพราะว่า เราดูจากทีมยอดนิยมทีมที่มีกระแสร้อนแรง ทีมที่หลายคนทั่วโลกให้ความหวังมากกว่า นั่นก็คือคือทีม ลิเวอร์พลู  เรามาดูกันว่าทำไมถึงอยากให้ทีมลิเวอร์พลูนั้นกำราบเชลซีเกมในคืนนี้ให้ได้  เพราะความเชื่อใจความมั่นใจในทีมลิเวอร์พลู หลายครั้งที่พบกันของทั้งสองทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ยังไงทีมลิเวอร์พลูนั้นมีเปอร์เซ็นชนะที่ค่อนข้างดีกว่า เหนือชั้นกว่าแน่นอน 

หลายคนจึงอยากให้ทีมลิเวอร์พลูคว้าชัยเหนือเชลซีในเกมนัดคืนนี้ ที่จะพบกันนั่นเอง  เพราะว่าตอนนี้อันดับตารางคะแนนของทีมลิเวอร์พลูนั้น จะอยู่ต่ำกว่าทีมเชลซี  แต่คะแนนนั้นไม่ได้ห่างกันเลยคะแนนล่าสุดของทั้งสองทีมนั้นห่างกันเพียง 1 แต้มเท่านั้น  ถ้าสมมุติว่าเกมคืนนี้ทีมลิเวอร์พลูนั้นสามารถกำราบกำชัยชนะเกมนัดคืนนี้ที่พบกับเชลซีได้  ทีมลิเวอร์พลูต้องเลื่อนขึ้นไปอยู่เหนือทีมเชลซีอย่างแน่นอน  แต่ถ้าคืนนี้ผลออกมาเสมอ อันดับของทั้งสองทีมก็ยังคงเดิม  ต้องลุ้นและเอาใจเชียร์ทีมลิเวอร์พลูดูว่าคืนนี้จะกำชัยชนะได้หรือไม่

เราอย่าพูดพร้ำทำเพลงให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ หลายคนนั้นเชื่อว่าอยากทราบอยากรู้แล้วว่าแผนการของทีมลิเวอร์พลูคืนนี้ ที่จะกำราบเชลซีจะมาในรูปแบบไหน  ซึ่งคืนนี้เขาผู้นี้จะพาทีมลิเวอร์พลูกำชัยชนะเหนือเชลซีได้หรือไม่เขาคือผู้กำหนด   เจอร์เก้น  คล็อปป์ นั่นเอง  เพราะวันนี้เกมคืนนี้ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอนั้นและอยากให้ทีมลิเวอร์พลูได้รับชัยชนะ เพราะว่าทีมลิเวอร์พลูเปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของทีมลิเวอร์พลู  เพราะการคาดการณ์นั้นทีมเจ้าบ้านนั้นมีความได้เปรียบกว่าทีมมาเยือนอย่างแน่นอน

 และที่สำคัญจากที่เราเคยรายงานไปก่อนหน้านี้ว่าทีมลิเวอร์พลูนั้นมีนักเตะตัวสำคัญบาดเจ็บค่อนข้างหลายคน  แต่เกมในคืนนี้ อาจจะได้รับข่าวดีว่านักเตะบางคนนั้นหายบาดเจ็บ แล้วกลับมาช่วยทีมคว้าชัยในนัดคืนนี้ที่พบเชลซีได้อย่างแน่นอน  โดยเฉพาะตัวแกร่งของทีมอย่าง ฟาบินโญ่  ที่หายจากอาการบาดเจ็บแล้วเช่นกันเรามาดูกันว่าคืนนี้ เจอร์เก้น  คล็อปป์  นั้นจะใช้งานเขาหรือเปล่าในค่ำคืนนี้  เพราะแผนการคืนนี้คาดการณ์ไว้มีอยู่ 3 แผนด้วยกัน

          คือแผนการที่ 1 นั้น ให้ ฟาบินโญ่  เล่นในแดนกลางนั่นเอง  แต่ถ้าว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ใช้แผนนี้ก็จะทำให้ผู้เล่นที่เล่นในแดนกลางอยู่แล้วอย่าง  เคอร์ติส โจนส์  ที่กำลังฟอร์มดีอยู่ตอนนี้อาจจะตกไปเป็นผู้เล่นสำรองนั่นเอง

          และแผนการที่ 2 นั้นก็คือ  จะให้ ฟาบินโญ่  นั้นยืนคุมหลังเช่นเดิม  และส่วนกองกลางก็ยังเป็นนักเตะชุดเดิมที่เล่นผ่านมาในหลายๆเกม และฟอร์มของกองกลางทั้งหมดก็ยังร้อนแรงอยู่อีกด้วย 

          และแผนการที่ 3 นั้นก็คือ การให้ ฟาบิญโญ่ นั้นนั่งเป็นผู้เล่นสำรองไปก่อน  เพราะยังกังวลสภาพความฟิตของร่างกายของเขาอยู่ที่ยังฟิตไม่เต็มที่ยังไม่ถึง 100% ทั้งหมดเป็นแผนการที่คาดว่าจะใช้กำราบเชลซีในคืนนี้

เพียงแค่อีกอึดใจเดียวเท่านั้น เราจะได้รู้แล้วว่าเกมคืนนี้ระหว่างทีมลิเวอร์พลู กับ ทีม เชลซี นั้น ผลจะออกมาเป็นเช่นไร  และทีมไหนที่จะกำชัยชนะในนัดนี้ไปครอง  ถ้าผลออกมาเป็นทีมเชลซีชนะก็จะทำคะแนนทิ้งห่างลิเวอร์พลูออกไปอีก  แต่ถ้านัดนี้ทีมลิเวอร์พลูกำชัยได้ทีมลิเวอร์พลูก็จะแซงหน้าเชลซีอย่างแน่นอน  เพราะตอนนี้คะแนนของทั้งสองทีมนั้นมีคะแนนที่สูสีกันมาก  แต่หลายคนนั้นต้องยกให้ทีมลิเวอร์พลูได้รับชัยชนะในคืนนี้แน่นอน  ทั้งชื่อชั้นที่ดีกว่าและยังเปิดบ้านเล่นอีกด้วยเปอร์เซ็นชนะค่อนข้างสูง  แต่อย่างไรก็ตามทุกสิ่งอย่างอะไรมันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ  เราก็มาค่อยเอาใจช่วยส่งแรงเชียร์ให้กับทั้งสองทีมที่ลงเตะในคืนนี้กันจะดีกว่า  และเอาใจช่วยให้ทีมโปรดของตัวเองได้รับชัยชนะนั่นเอง

ติดตามอ่าน ข่าวสารแวดวงกีฬาออนไลน์ และ ร่วมแทงบอลออนไลน์ เดิมพันกีฬาออนไลน์ ได้ที่นี่

ท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020-2021 โดย แกรี่ ลินิเกอร์

ท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก ตอนนี้หลายคนก็น่าจะคงทราบกันดี ว่าตอนนี้เป็นฤดูกาลของการเตะฟุตบอลการแข่งขันของลีกฟุตบอลสโมสรต่างๆหลายประเทศ  ซึ่งวันนี้เราจะไม่พูดถึงลีกดังอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษก็คงเป็นไปไม่ได้  เพราะว่าพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นลีกฟุตบอลที่มีแฟนบอลแฟนคลับมากมายทั่วโลก  เพราะมีทีมฟุตบอลทีมโปรดมีเหล่าซุปตาร์รวมนักเตะดาวดังจากทั่วโลกนั่นเอง 

เรามาเข้าสู่เนื้อหาของข่าวกีฬาที่เราจะเหล่าสู่กันฟังในวันนี้กันจะดีจะได้ไม่ต้องเสียเวลา  เพราะว่าในฤดูกาลนี้มีพ่อหมดนั้น ได้ทำนายฟันธงว่าพรีเมียร์ลีกอังกฤษปีนี้ท็อปโฟร์คงไมพ้น 4 ทีมดังอย่างแน่นอนโดย 4 ทีมดังนั้นคือ ลิเวอร์พลู แมนซิตี้ แมนยู และ เชลซี นั่นเอง  คนที่ทำนายว่า 4 ทีมท็อปโฟร์ของพรีเมียร์ลีกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือตำนานนักเตะเก่าของทีมลิเวอร์พลูอย่าง  แกรี่ ลินิเกอร์  นั่นเอง 

แต่ก็ไม่แน่อาจจะมีม้ามืดอย่างทีม  อาร์เซนอล ให้ระวังไว้ดีดี  ซึ่งตอนนี้พรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นก็เดินทางมาครึ่งฤดูกาลแล้ว อันดับหนึ่งนั้นยังคงเป็นทีมสุดแกร่งอย่าง แมนซิตี้  ส่วน อันดับ 2-4  นั้นยังประเมินไม่ได้เพราะคะแนนยังคู่คี่สูสีกันอยู่  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วก็มีสื่อหลายสำนักและที่สำคัญก็มีดาวดังในอดีตอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ คาดการณ์ไว้ 4 ทีมท็อปโฟร์คงไม้พ้น 4 ทีมนี้แน่นอน

ท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก

                    แต่นั่นมันก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น เพราะผลการแข่งขันของพรีเมียร์ลีกอังกฤษในฤดูกาลนี้ยังไม่จบอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น  ฟุตบอลลูกกลมๆสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอบางทีทีมใหญ่อาจจะแพ้ทีมเล็กๆก็ได้ใครจะรู้  ตอนนี้เรามาดูผลคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และอันดับล่าสุดกันดีกว่าว่าทีมไหนอยู่อันดับที่เท่าไหร่ ทีมโปรดของคุณนั้นมีคะแนนเท่าไหร่อยู่อันดับไหนบ้าง  จริงๆเราก็อัพเดตให้ทุกคนอยู่เรื่อยเพราะอันดับจะปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดนั้นเอง  เรามาเริ่มต้นที่อันดับที่หนึ่งจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกก็ยังคงที่มาหลายสัปดาห์  ทำคะแนนทิ้งห่างอันดับสองและสามถึง 10 คะแนนนั้นก็คือทีมยังใหญ่อย่างแมนซิตี้นั่นเอง 

และจากการวิเคราะห์ของเหล่าแฟนบอลทั่วโลกนั้น มั่นใจสามารถการันตีได้ว่าปีนี้พรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น แชมป์อาจจะตกเป็นของแมนซิตี้  ซึ่งในตอนนี้แมนซิตี้นั้น แข่งทั้งหมด 26 นัด ชนะ 19 แพ้ 5 นัด มีคะแนนที่ 62 คะแนน นำจ่าฝูงอยู่  ตามมาด้วยอันดับที่ 2 และ 3  อย่าง แมนยูไนเต็ด และ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่แข่ง 25 นัดเท่ากัน  มีคะแนนร่วม 49 เท่ากันนั้นเอง  แต่แมนยูไนเต็ดก็ยังคงอยู่อันที่ 2 เพราะผลแพ้น้อยกว่าเลสเตอร์ ซิตี้  อันดับที่ 4 เป็นทีม เวสต์แฮม  แข่ง 26 นัด ชนะ 13  นัด มีคะแนน 45 คะแนน อันดับที่ 5 เป็นทีม เชลซี แข่ง 25 นัด ชนะ 12 นัด มีคะแนน 43 คะแนน  ต่อมาอันดับที่ 6  ทีมยังใหญ่แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่าง ลิเวอร์พลู  แข่ง 25 นัด ชนะ 11 นัด มีคะแนน 40 คะแนน  นี่เป็นการอัพเดตตารางคะแนนล่าสุดของพรีเมียร์ลีกเท่านั้น อันดับมีการเปลี่ยนแปลงเสมอเพราะว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้ยังไม่จบนั้นเอง

                    ยังไงก็เชื่อว่า เหล่าสาวกทั่วโลกทุกคน ที่มีทีมโปรดของตัวเองอยู่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น ก็ต้องอย่างให้ทีมรักของตัวเองจบอันดับที่ดีที่สุด หรือคว้าแชมป์อยู่แล้ว  แต่ตอนนี้มีทีมเต็งแชมป์ที่ค่อนข้างจะลอยลำอยู่ก็คงจะเป็นทีม แมนซิตี้ อยู่หนึ่งทีม  ที่เปอร์เซ็นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษในฤดูกาลนี้สูงมากนั้นเอง  การคว้าแชมป์หรือจบอันดับที่เท่าไหร่นั้นม ันก็ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของผู้เล่นในแต่ล่ะทีมในแต่ล่ะแมตซ์นั้นด้วย  ว่ามีความพร้อมแก้เกมพร้อมสู้กับทีมตรงข้ามด้วยมากน้อยแค่ไหน  ที่สำคัญสภาพความพร้อมความฟิตของร่างกายนักเตะคือหัวใจของทีมนั้นเอง  เพราะว่าการที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ หรือจะเป็นลีกฟุตบอลลีกดังต่างๆ ก็ตาม ทุกคนทราบดีว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย  ต้องฝ่าฟันกับทีมชั้นนำทีมที่แข่งแกร่งมาเท่าไหร่ถึงจะได้เป็นแชมป์ 

ทีมที่จะสามารถเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น ต้องบอกเลยว่าต้องเป็นทีมที่มีความพร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะตัวนักเตะพร้อมทั้งร่างกายพร้อมทั้งสภาพจิตใจ และต้องเป็นทีมที่แข่งแกร่งจริงๆ ถึงจะเหมาะสมกับการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นเอง

                   อย่างไรก็ตาม พรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นก็ยังแข่งขันยังไม่จบ เราก็ยังประเมินค่าหรือฟันธงไม่ได้ว่าฤดูกาลนี้ใครจะเป็นแชมป์  เรามักพูดเน้นย้ำอยู่เสมอ ว่าบอลลูกกลมๆ มักจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นได้อยู่เสมอไม่แน่อาจจะเป็นทีมม้ามืดขึ้นมาเป็นแชมป์ก็ยังได้เลย  แต่ที่แน่ๆเราก็หวังว่า 4 ทีมที่เราคาดหวังที่กูรูฟังธงว่าเป็น 4 ทีมท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้อย่าง  ลิเวอร์พลู  แมนซิตี้ แมนยูไนเต็ด และ เชลซี  นั้นภาวนาว่าอย่าให้มีทีมไหนหลุดออกจาก 4 ทีมที่ดีที่สุดเลย  เชื่อว่าเหล่ากองเชียร์ และสาวกทั่วโลกนั้น เอาใจช่วยลุ้นกันอย่างแน่นอน เพื่อที่จะให้ทีมที่ตัวเองชื่นชอบจนอันดับที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาลนี้นั่นเอง

ติดตามอ่าน ข่าวสารแวดวงกีฬาออนไลน์ และ ร่วมแทงบอลออนไลน์และเดิมพันกีฬาออนไลน์ ได้ที่นี่

แนน ทัดดาว นึกแจ้ง นักวอลเล่ย์บอลสาวไทย สร้างประวัติศาสตร์

แนน ทัดดาว นักตบลูกยางสาวไทย สร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ให้ทีมในประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งก่อนที่เราจะเข้าสู่การคว้าแชมป์วอลเล่ย์บอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นนั้น เรามาทำความรู้จัก แนน ทัดดาว นึกแจ้ง  กันก่อนว่าเป็นใครมาจากไหนนั้นเอง  โดย แนน ทัดดาว นึกแจ้ง นั้นเกิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2537เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด  ปัจจุบัน แนน อายุ 27 ปี  เริ่มเล่นกีฬาวอลเล่ย์บอลตั้งแต่อายุของแนน 11 ปี 

โดยที่ว่า แนน ทัดดาว  เป็นคนรูปร่างที่ค่อนข้างสูงกว่าคนอื่น  ปัจจุบันเธอนั้นมีความสูงอยู่ที่ 182  เซนติเมตร  ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับผู้หญิงไทยซึ่งเหมาะสมอย่างมากกับการเล่นกีฬาวอลเล่ย์บอลนั่นเอง  ด้วยความสูงของเธอนั้นทำให้เธอถูกดึงตัวย้ายไปเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนหนองเรือวิทยา จังหวัดขอนแก่น  ซึ่งทางโรงเรียนหนองเรือวิทยานั้น เห็นว่ารูปร่างของเธอนั้นสูงและเด่นจึงจะปลุกปั้นเธอให้เป็นนักวอลเล่ย์บอลที่เก่งในอนาคต

แล้วเธอก็ไม่ทำให้ผิดหวัง  เธอพัฒนาการเล่นของตัวเองอย่างมากจนมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันระดับประเทศการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ  เธอได้ตำแหน่งรองแชมป์  กีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ  เธอได้ตำแหน่งรองแชมป์  และกีฬาแห่งชาติ  เธอได้ตำแหน่งชนะเลิศ  นั้นเองถือว่าผลงานของเธอนั้นโดดเด่นอย่างมาก  นี่ถือว่าเป็นเพียงประวัติข้าวๆของ  แนน ทัดดาว นึกแจ้ง  เท่านั้นที่เรานำมาเล่าให้ฟังก่อน

แนน ทัดดาว

                   ต่อไปเราจะมาฟังเรื่องราว ของ แนน ทัดดาว นึก แจ้งกับเส้นทางสู่นักวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทยกันดีกว่าว่าเธอนั้นเข้าสู่ทีมชาติได้อย่างไร  อย่างแรกเลยเธอกับเจ้าของความสูง 182 เซนติเมตรถ้าเธอไม่ติดทีมชาติก็ยังแอบงงๆอยู่อย่างแน่นอน  ถ้าเทียบกับมาตรฐานความสูงของผู้หญิงไทยนั้นเธอถือว่าสูงมากนั้นเอง  แนน ทัดดาว  นั้น เข้าสู่รั้วทีมนักวอลเล่ย์บอลหญิงเยาวชนทีมชาติไทยก่อนจากนั้น เธอก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันวอลเล่ย์บอลเยาวชนหญิงชิงแชมป์อาเซียนรายการแรก และเธอก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้เลย 

ต่อมาจากนั้นแนน ทัดดาว  ก็ได้พาทีมชาติไทยคัดเลือกเยาวชนชองแชมป์โลกโดยจะเอาทีมที่ดีที่สุด 4 ทีมของเอเชีย  เพื่อไปชิงแชมป์โลก ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ทีมชาติไทยก็ติด 1 ใน 4 ทีมอีกด้วย  แล้วได้ไปทำการแข่งขันรายการวอลเล่ย์บอลเยาวชนหญิงชิงแชมป์โลกสาวไทยคว้าอันดับที่ 18 มาครอบ  และอีกหนึ่งรายการที่ทำให้ แนน ทัดดาว การันตีก้าวขึ้นสู่ระดับทีมชาติชุดใหญ่

นั่นก็คือ รายการกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2013  ซึ้ง แนน ทัดดาว นั้นพาทีมวอลเล่ย์บอลไทยคว้าเหรียญทองแดงมาครองนั้นเอง  นับได้ว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมของ  แนน ทัดดาว นึกแจ้ง  และสุดท้ายเธอก็ก้าวขึ้นสู่นักวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติชุดใหญ่อย่างเต็มตัว

                     มาถึงนาทีสำคัญที่เชื่อว่าทุกคนอยากทราบแล้วกับ   แนน ทัดดาว นึกแจ้ง   คว้าแชมป์วอลเล่ย์บอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น  เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยากสักนิดนึง สำหรับนักวอลเล่ย์บอลหญิงไทยที่จะได้รับโอกาสได้ไปเล่นวอลเล่ย์บอลลีกต่างประเทศ  เพราะต้องมีแววมีความแกร่งมีความเก่งจริง ถึงจะได้รับโอกาสนั้นการที่ได้รับโอกาสไปเล่นลีกต่างประเทศ ต้องบอกว่ารายได้นั้นถือว่าดีจริงๆ  แนน  ทัดดาว นึกแจ้ง นั้นได้รับโอกาสร่วมทีมสโมสรวอลเล่ย์บอล เจที มาร์เวลัส  ของประเทศญี่ปุ่น  ถือว่าเป็นทีมที่ดีอันดับต้นๆของวอลเล่ย์บอลญี่ปุ่นเลยทีเดียว  มีดีกรีเป็นถึงแชมป์วอลเล่ย์บอลสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา 

โดยก่อนหน้านี้ ก็มีนักวอลเล่ย์บอลหญิงไทย  อย่าง  แก้ว  แก้วกัลยา  กะมุทลา  ได้รับโอกาสนี้และพาทีม  เจที มาร์เวลัส  คว้าแชมป์ได้ในฤดูกาลที่ผ่านมานั้นเอง  แต่สุดปังที่สุดในการเล่นลีกวอลเล่ย์บอลต่างประเทศครั้งแรกต้องยกให้เธอ  แนน ทัดดาว นึกแจ้ง นั้นเอง  เพราะว่าในแต่ล่ะแมตซ์การแข่งขันนั้นจะต้องมีเอ็มวีพีอยู่ทุกแมตซ์ของทีมที่ชนะในแมตซ์นั้นๆ  และ  แนน ทัดดาว นึกแจ้ง  เธอก็สามารถคว้าเอ็มวีพีมาได้เป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงสุดนั้นเอง ทั้งบล็อก ทั้งตบ ทั้งเสริฟ  

โดยที่ยังไม่เคยมีนักวอลเล่ย์บอลหญิงไทยคนไหน ที่เล่นลีกต่างประเทศแล้วได้เอ็มวีพีกันเลยการร่วมสังกัดทีม  เจที มาร์เวลัส  กับผู้เล่นต่างชาติอีกคน นั้นก็คือ  อันเดรีย  ดรูวส์  นักวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติอเมริกา นั้นเอง 

ก่อนหน้านี้ทีม เจที มาร์ เวลัส ที่มีทัดดาว นึกแจ้ง  ได้คว้าแชมป์ถ้วยจักพรรดิมาได้แล้ว  และเมื่อวานวันที่  21 กุมภาพันธ์ 2564  การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของวอลเล่ย์บอลลีกสูงสุดญี่ปุ่น แข่งขันเวลา 15.00 ตามเวลาประเทศไทย  ทีม เจทีมาร์เวลัส ของทัดดาว  พบ กับ ทีมโทเรย์  ผลปรากฏว่าทีม เจที มาร์เวลัสเอาชนะไปได้ 3-1 เซ็ต  แนน ทัดดาว นึกแจ้ง ทำคะแนนไปได้ 17 คะแนน  ถือว่าเป็นการคว้าแชมป์ติดต่อกันและสามารป้องกันแชมป์ได้อีกสมัยของทีม เจที มาร์เวลัส

                สุดท้ายนี้เราก็ยังเชื่อว่ากีฬาวอลเล่ย์บอลนั้น ก็ยังเป็นกีฬายอดนิยมของไทยและทั่วโลก  โดยเฉพาะ  แนน ทัดดาว นึกแจ้ง  เชื่อว่าก็ยังคงเป็นขวัญใจนักวอลเล่ย์บอลหญิงของแฟนๆอยู่ตลอด  และผลงานจากการที่ แนน ทัดดาว นึกแจ้งได้ไปสร้างไว้กับทีม  เจที มาร์เวลัส นั้นก็คงทำให้นักวอลเล่ย์บอลทั่วโลกต่างยอมรับในตัวเธอเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากผลงานที่โดดเด่นขอเธอนั้นจะทำให้ทีม เจทีมาร์ เวลัส นั้นต่อสัญญาดึงตัวเธอไปร่วมทีมอีกหรือไม่ในฤดูกาลหน้า 

เรามาลุ้นเอาใจช่วยให้แนน  ทัดดาว นึกแจ้ง ได้รับเซ็นสัญญาร่วมทีม เจที มาร์เวลัส  ในฤดูกาลหน้าดีกว่า  และ มาคอยส่งกำลังใจให้ แนน ทัดดาว นึกแจ้ง แข่งขันวอลเล่ย์บอลในรายการต่างๆให้ได้แชมป์อีกด้วย

ติดตาม   ข่าวสารแวดวงกีฬาออนไลน์  และเลือกเดิมพันกีฬาออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่นี่

แฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มทำใจ ฤดูกาลนี้อาจหมดลุ้นแชมป์ หลังพ่ายเลสเตอร์

แฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มทำใจ

          แฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มทำใจ ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักหนาสาหัส ของแฟนทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลอยู่ไม่น้อย  และเริ่มทำใจยอมรับแล้วว่าฤดูกาลนี้หงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นอาจจะหมดสิทธ์ลุ้นแชมป์  ตราบใดที่ยังมีสถิติแพ้หลายนัดติดต่อกันนั่นเอง ไม่ว่าจะแข่งในบ้านหรือแข่งนอกบ้านก็ตาม  ที่คาดการไว้เพราะว่านัดล่าสุดที่หงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นลงทำการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564  นั้น พบกับจิ้กจอกสยามอย่างทีม เลสเตอร์ ซิตี้โดย ที่ทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของหงส์แดงลิเวอร์พูล  แต่ก็เป็นไปอย่างน่าเสียดายที่แฟนหงส์นั้นต้องผิดหวัง  เพราะลิเวอร์พูลพลาดท่าแพ้ให้กับเลสเตอร์ฯ ด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 1  บรรดาสาวกเดอะค็อป เริ่มจะสงสัยแล้วว่าช่วงท้ายฤดูกาล ทำไมหงส์แดงดูแผ่วๆลงไป  ทั้งๆที่ว่าชื่อชั้นของทีมลิเวอร์พูลนั้นจะมีมากกว่าทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ก็ตาม  

แต่อย่างไรก็ตาม อาจจะเป็นเพราะว่าลิเวอร์พูลประมาทเกินไปหรือไม่  ทีมเลสเตอร์ ซิตี้  นั้นศึกษาแผนการเล่นของทีมหงส์แดงมาเป็นอย่างดี  มีแนวรับที่แน่นมีเกมบุกที่ค่อนข้างจะเฉียบคมกว่าถึงสามารถเอาชนะลิเวอร์พูลได้นั่นเอง  เพราะถ้าเรามองเกมในนัดนี้ดูจากสถิติที่เจอกันทั้งหมดของทั้งสองทีมในพรีเมียร์ลีก  เปอร์เซ็นของทีมลิเวอร์พูลนั้นดีกว่าเยอะ   แต่ก็อย่างว่าลูกบอลมันก็คือลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

          นั่นก็ถือว่าเป็นการคาดเดาต่างๆว่าทำไมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นถึงพลาดท่าแพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ นั้นเอง  แต่ปัญหาหนักของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้น ตอนนี้ตกมาอยู่ที่กุนซือใหญ่อย่าง  เจอร์เก้น คล็อปป์  เพราะจากการคุมทีมช่วงหลังนี้ทำให้ทีมแพ้หลายนัดติดต่อกันทำให้เก้าอี้กุนซือสั่นคอน  เพราะว่า คล็อปป์  นั้นมีชื่อเป็นหนึ่งกุนซื่อที่จะถูกปลดได้ในไม่ช้านี้  มันเป็นเรื่องธรรมดาของการคุมทีมฟุตบอลต่างๆ เมื่อทีมเล่นดีได้แชมป์ต่างก็ชื่นชม  เมื่อทีมเล่นแพ้หลายนัดติดต่อกัน ต่างก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าจะต้องปลดกุนซือ  เมื่อมีข่าวว่า  เจอร์เก้น คล็อปป์  นั้นมีรายชื่อที่จะถูกปลด  เมื่อคนเก่าถูกปลดออกไปก็ต้องมีคนใหม่เข้ามาแทนเป็นเรื่องธรรมดา  และที่เห็นจะเป็นตัวเต็งที่จะเข้ามาเสียบแทน  เจอร์เก้น  คล็อปป์  นั้น ก็เห็นจะเป็นกุนซือของทีม คริสตัล พาเลซ อย่าง  รอย ฮ็อดจ์สัน  นั่นเอง  ซึ่งในฤดูกาลนนี้หลายคนนั้นคาดเดาว่าจะมี 5 กุนซือที่จะถูกไล่ออกนั้น  ประกอบไปด้วย    เจอร์เก้น คล็อปป์  ของทีมลิเวอร์พูล   สตีฟ บรูซ   ของทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด  แซม อัลลาร์ไดซ์ ของทีมเวสต์บรอมวิซ อัลเบี้ยน   รอย ฮ็อดจ์สัน  ของทีมคริสตัล พาเลซ  และกุนซือคนสุดท้ายที่มีชื่อจะถูกไล่ออก  โชเซ่ มูรินโญ่  ของทีม ท็อตแน่ม   ฮ็อทสเปอร์  นั่นเอง  แต่อย่างไรก็ตามเป็นเพียงการคาดเดาไม่ใช่การชีชะตาของพวกเขาเหล่านั้น  ในปัจจุบันนี้  เจอร์เก้น คล็อปป์  ก็ยังคงคุมทีมลิเวอร์พูลอยู่นั้นเอง ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น

          เมื่อเราทราบสาเหตุของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลในนัดล่าสุดที่พ่ายให้กับเลสเตอร์ ซิตี้  แล้ว  และที่สำคัญการพ่ายแพ้หลายนัดของทีมลิเวอร์พูลนั้น ทำให้เก้าอี้กุนซือคุมทีม  ของ เจอร์เก้น คล็อปป์  สั่นคอนอีกด้วย  เมื่อจบเกมการแข่งขันของเมื่อคืนแล้วนั้นเราก็ต้องมาอัพเดตกันหน่อยสำหรับตารางคะแนนของพรีเมียร์ ว่าทีมลิเวอร์พูลนั้น อยู่อันดับที่เท่าไหร่ของตารางคะแนน 

มาเริ่มอันดับที่ 1  ของตารางคะแนนก็ยังคงเป็นทีม  แมนเชสเตอร์ ซิตี้  ที่ตอนนี้ลงแข่ง 23 นัด  มีคะแนน 53 คะแนน 

ส่วนอันดับที่ 2 เป็น เลสเตอร์ ซิตี้ ที่แข่ง 24 นัด มีคะแนนอยู่ที่ 46  คะแนน

อันดับที่ 3 นั้นเป็นทีมแมนยูไนเต็ด ที่แข่งไป 23  นัด  มีคะแนนอยู่ที่ 45 คะแนน   

และทีมอันดับที่ 4 ก็ต้องเป็นทีม ลิเวอร์พูล ที่แข่งไป 24 นัด  มีคะแนนอยู่ที่ 40 คะแนน 

อันดับที่ 5 เป็นทีม เชลซี  แข้ง 23 นัด มีคะแนน 39  คะแนนนั่นเอง  

นี่เป็นการอัพเดต  5  อันดับของทีมในตารางของพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ณ เช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564  แต่อย่างไรก็ตามการแข่งขันในฤดูกาลนี้ยังไม่สิ้นสุด  อันดับและตารางคะแนนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ  และคาดว่าทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นจะขยับอันดับขึ้นมาอีกเป็นแน่

          แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ตอนนี้ทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นจะอยู่อันดับที่ 4 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ก็ตาม  ความหวังที่ทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นจะคว้าแชมป์ได้อีกสมัยนั้นค่อนข้างที่ยากแล้ว  และก็ยังมีข่าวมาว่ากุนซือทีมลิเวอร์พูลนั้นก็จะถูกปลดอีกด้วย  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การแข่งขันของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลก็ยังคงดำเนินต่อไป  ถึงว่าในฤดูกาลนี้อาจจะไม่ได้แชมป์แต่ยังไงก็ของให้ได้อยู่ในอันดับที่ดีนั้นเอง  เชื่อว่าแฟนๆของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลยังคงเหนียวแน่นและคงไม่เปลี่ยนใจไปเชียร์ทีมอื่นอย่างแน่นอน  ยังไงหงส์ก็คือหงส์อยู่วันยังค่ำฝากเชียร์และติดตามผลงานของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลแบบนี้ตลอดไป

ลิเวอร์พูล อัพเดตอาการบาดเจ็บ 5 แข้งสำคัญ และวันพร้อมคืนสนาม

               ลิเวอร์พูล อัพเดตอาการบาดเจ็บ 5 แข้งสำคัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ มีความกังวลอย่างมาก ในการที่ทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้น จะป้องกันแชมป์ได้อีกหรือไม่  ซึ่งในตอนนี้ทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลนั้นอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั่นเอง 

โดยทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นได้ทำการแข่งขันไปแล้ว 23 นัดมี 40 คะแนน 

ซึ่งตามหลังทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้  แข่ง 22 นัด มีคะแนน 50 คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษอยู่ในตอนนี้ 

ส่วนอันดับที่สองนั้น ก็ยังคงเป็นทีม แมนเชสเตอร์ไนเต็ดนั้นเอง แข่ง 23 นัด มีคะแนน 45 คะแนน 

ต่อมาอันดับที่สามก็เป็นทีมฉายาจิ้กจอกสยามเลสเตอร์ ซิตี้  แข่ง 23 นัด มีคะแนน 43 คะแนน นั่นเอง

ตอนนี้อันดับและตารางคะแนนของพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้นคู่คี่สู่สีกันอย่างมาก ทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล ที่มี 5 นักเตะคนสำคัญได้มีอาการบาดเจ็บนั้นก็ยังคงไม่หมดหวังในการป้องกันแชมป์ซะทีเดียว ยังไงเราก็เชื่อว่าทั้ง 5 คนนั้นต้องรักษาอาการบาดเจ็บและหายทันลงกลับมาร่วมทีมได้ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

ลิเวอร์พูล อัพเดตอาการบาดเจ็บ 5 แข้งสำคัญ

     เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มอัพเดตอาการของนักเตะคนแรกของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลกันเลยคือ โจเอล มาติป  นั่นเอง ซึ่งเขานั้นได้มีอาการบาดเจ็บมาอย่างต่อเนื่องในฤดูกาลนี้  หลังจากนั้น เขาได้ลงเตะในช่วงที่ทีมลิเวอร์พูล พบ กับ ทีม สเปอร์  ผลปรากฏว่าทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเอาชนะทีม สเปอร์ไปได้ด้วย สกอร์ 3-1  นั่นเอง 

ในการลงเตะครั้งนั้นทำให้อาการบาดเจ็บของ มาติป ผู้เล่นวัยที่ 29 ของทีมชาติแคเมอรูน มีอาการบาดเจ็บที่เอ็นข้อเท้าฉีก  ทีมด้านแพทย์ได้ทำการวินิจฉัยแล้วว่าทางด้านของ มาติป จะไม่มีสิทธิ์ลงทำการแข่งขันช่วยทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน จนกว่าจะรักษาอาการบาดเจ็บให้หายเป็นปกติดีนั้นเอง เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก ที่ทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้น จะขาดกำลังหลักที่จะช่วยทีมป้องกันแชมป์ในฤดูกาลนี้ไปอีกหนึ่งคน

     มาต่อกันเลยสำหรับผู้เล่นคนที่ 2 ของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลที่การบาดเจ็บนั้นก็คือ ดิโอโก้ โชต้า ผู้เล่นวัย 24 ปี  เป็นผู้เล่นจากทีมชาติโปตุเกส  ซึ่ง ดิโอโก้ โชต้า นั้นได้ย้ายมาจากทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน  ด้วยการซื้อตัวราวๆ 40 ล้านปอนด์  คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1640 ล้านบาทถือว่าค่าตัวนั้นไม่น้อยเลยทีเดียว  และเป็นการซื้อตัวที่คุ้มค่ามากสำหรับ ดิโอโก้ โชต้า  ที่ลงสนามทุกรายการทั้งหมด 17 นัดทำไปแล้ว 9 ประตูนั้นเอง  แต่ว่าเขานั้นโชคร้ายเพราะมีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก ในช่วงที่เจอกับ มิดทิลแลน์ ผลการแข่งขันจบที่ สกอร์ เสมอ 1-1  นั้นเอง ทำให้เขาต้องพักรักษาตัวราว 2 เดือนถือว่าค่อนข้างที่จะนานพอสมควร  แต่นั้นล่าสุดมีข่าวดีจากการรักษาตัวอยางเคร่งครัดทำให้คาดว่า ดิโอโก้ โชต้า จะได้กับมาร่วมทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลในเร็ววันนี้

     ส่วนนักเตะคนที่ 3 ของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นก็คือ  นาบี เกอิต้า   นั้นเองเขาเป็นผู้เล่นจากทีมชาติ กินี  เขานั้นได้มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาไม่ได้ลงแข่งร่วมกับทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลตั้งแต่ทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลชนะ คริสตัลพาเลซไป 7-0  ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้นเอง  นาบี เกอิต้า นั้นเขามีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อ  ทำให้ทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นยังไม่เร่งรัดให้นักเตะเข้ามาร่วมทีมแข่งขัน  อยากที่จะให้พักรักษาตัวให้เต็มที่เสียก่อนนั้นเอง เพราะถ้าเร่งรีบลงสนามมากเกินไปอาจจะทำให้เขานั้นมีอาการบาดเจ็บมากกว่าเดิมนั้นเอง

     และนักเตะคนที่ 4 ของทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลที่ได้มีอาการบากเจ็บนั้นก็คือ  โจ โกเมซ   เขามีอาการบาดเจ็บและเข้ารักษาด้วยการผ่าตัดเอ็นยึดกระดูก และกล้ามเนื้อเมื่อในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว  เข้ามีอาการบาดเจ็บหลังจากที่เข้านั้นได้ทำการลงซ้อมกับทีมชาติอังกฤษนั้นเอง  ทางทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทาง โจ โกเมซ จะสามารถกลับมาช่วยทีมได้เมื่อไหร่  แต่จากการวินิจฉัยดูแล้วอาการบาดเจ็บนั้นถ้ามีการรักษาตัวอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด  เชื่อว่า โจ โกเมซ จะกลับมาร่วมทีมในเร็ววันนี้ก็เป็นได้  ทางด้านผู้จัดการทีมได้บอกว่าอย่าเพิ่งคาดหวังอะไรมาก  การกลับมาร่วมทีมอีกครั้งของ โจ โกเมซ ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของเขาด้วยนั้นเอง

     และนักเตะคนสุดท้ายคนที่ 5 ของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นถือว่าเป็นกำลังหลักคนสำคัญอย่างมากสำหรับทีมนั้นก็คือ  เฟอร์จิล ฟาน ไดค์  เขามีอาการบาดเจ็บที่ค่อนข้างหน้าเป็นห่วงอย่างมาก  และถ้าเขาจะกลับมาร่วมทีมในการแข่งขันฤดูกาลนี้อีกก็คงต้องเป็นปาฏิหาริย์อย่างแน่นอน  เขามีอาหารบาดเจ็บที่หัวเข่าอย่างรุนแรงจากการแข่ง  เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตซ์  ซึ่งทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลบุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน ด้วยสกอร์ 2-2 เมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมานั้นเอง  เขาได้รับบาดเจ็บกลับมาถึงต่อให้ทาง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ นั้นจะรักษาตัวเองอย่างเคร่งครัดก็ตาม  แต่อาการบาดเจ็บของเขานั้นค่อนข้างที่จะรุนแรง  ถ้าเขาจะได้กลับมาร่วมทีมอีกก็น่าจะเป็นปาฏิหาริย์ของทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลเป็นแน่

               แต่อย่างไรก็ตามถึงทางทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นจะมีผู้เล่นคนสำคัญที่ได้รับบาดเจ็บ  เราก็ได้อัพเดตอาการของผู้เล่นที่บาดเจ็บให้ฟังกันอย่างคร่าวๆ แล้ว  ถึงว่าทางทีมหงษ์แดงลิเวอร์พูลนั้นจะมีผู้เล่นบาดเจ็บทางทีมก็ยังคงแข่งขันในฤดูกาลนี้อย่างต่อเนื่อง  เราก็ช่วยภาวนาให้ผู้เล่นทั้ง 5 คนของทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลที่ได้รับบาดเจ็บนั้น หายโดยเร็ววัน และเข้ามาร่วมทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก  และ ให้ทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลนั้นคว้าแชมป์ให้ได้ทุกๆรายการนั่นเอง

สโมสรวอลเล่ย์บอล สุพรีมชลบุรีอีเทค อันดับหนึ่งของไทย

สโมสรวอลเล่ย์บอล สุพรีมชลบุรีอีเทค   Volleyball clubSupreme Chonburi E-Tech เป็นสโมสรวอลเล่ย์บอลอาชีพในประเทศไทยของเรานี้ ซึ้งสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคนั้น ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรีนั่นเอง  ซึ่งสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคนั้น เป็นสโมสรบอลเลย์บอลที่ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันวอลเล่ย์บอลในประเทศไทยมาอย่างยาวนานมาก  ครั้งแรกที่สโมสรสุพรีมชลบุรีอีเทคส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขั้นนั้นเมื่อฤดูกาล 2011-2012 นั่นเอง  ซึ้งในปีแรกที่ทีมวอลเล่ย์บอลสโมสรสุพรีมชลบุรีอีเทค ได้ส่งแข่งขันก็สามารถสร้างผลงานอย่างยอดเยี่ยม ด้วยการจบอันดับที่ 2  (รองชนะเลิศ) เลยทีเดียว 

หลังจากนั้นทางสโมสรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรี ก็ได้ส่งทีมวอลเล่ย์บอลเข้าแข่งขันในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง  จนได้มาพบความสำเร็จที่สโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคนั้นได้ครองตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาลในฤดูกาล  2016-2017  ฤดูกาล 2017-2018  และล่าสุดเมื่อฤดูกาล 2019-2020  ถือได้ว่าเป็นการประสบความสำเร็จของสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคอย่างมาก 

ภายใต้การคุมทีมของ นาวาอากาศโท ณัฐพล ศรีสมุทรนาค  ซึ้งทุกคนน่าจะทราบกันดีว่าท่านเป็นผู้ฝึกสอนวอลเล่ย์บอลทีมชาติไทยนั่นเอง

สโมสรวอลเล่ย์บอล สุพรีมชลบุรีอีเทค

          ซึ่งสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคนั้น มีหัวหน้าทีมหรือที่เราเรียกกันว่ากัปตันทีมอย่าง กิ๊ฟ  วิลาวัณย์  อภิญญาพงศ์  นั่นเอง นอกจากนั้น ยังมี  ปลื้มจิตร ถินขาว , อัจฉราพร คงยศ , ปิยนุช แป้นน้อย , สุพัตรา ไพโรจน์ , วิภาวี ศรีทอง , วัชรียา นวลแจ่ม รายชื่อทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นกำลังหลักของสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทค มีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาวอลเล่ย์บอลทีมไทยกันเลยทีเดียว   ซึ่งในทุกๆปีทีมสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคนั้น จะมีการซื้อตัวผู้เล่นต่างชาติเพื่อมาสมทบทีมเพื่อให้ทีมนั้นดูแข่งแกร่งมากยิ่งขึ้น 

แต่มาในฤดูการแข่งขันวอลเล่ย์ในประเทศไทยปีล่าสุด ฤดูกาล 2020-2021  นี้ทางสโมสรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรีอีเทคนั้น ยังไม่มีการติดต่อซื้อตัวผู้เล่นต่างชาติแม้แต่อย่างใดยังคงใช้ผู้เล่นไทยทั้งหมด  ในการแข่งขันวอลเล่ย์ในประเทศไทยนั้นได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2563 แล้ว  สโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคนั้นได้ทำการแข่งไปทั้งหมด 3 แมตซ์  เก็บชัยชนะทั้งหมด 3 แมตซ์ ตอนนี้อยู่อันดับที่ 1 ของตารางคะแนน  ในขณะนี้ทางสโมรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรีอีเทคนั้น ยังคงพักการแข่งขันอยู่  เนื่องจากทางรัฐบอลได้ประกาศให้งดการแข่งขันไปก่อนเพราะสถานการณ์โควิด-19  ยังระบาดหนักนั่นเอง

          ซึ่งการแข่งขันของสโมสรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรีอีกเทค ไม่ใช่จะมีการแข่งขันภายในประเทศเท่านั้น  เพราะทางสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทค ได้ออกไปทำการแข่งขันในระดับนานาชาติอีกด้วยซึ้งนั้นทำให้เห็นว่าสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทค  ได้ยกระดับวอลเล่ย์บอลของไทยสู่ระดับสากลกันเลยทีเดียว  และได้สร้างผลงานระดับนานชาติได้อย่างยอดเยี่ยม  โดยทีมสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทคส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันวอลเล่ย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกจำนวน 1 ครั้งจบการแข่งขั้นที่อันดับที่ 8 

ต้องบอกก่อนเลยว่าการที่จะได้ไปแข่งวอลเลย์บอลสโมสรหญิงชิงแชมป์โลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  เพราะต้องผ่านการคัดเลือกระดับเอเชียก่อน และต้องเป็นทีมแชมป์เอเชียเท่านั้นถึงจะได้ไปเข้าร่วมการแข่งขันวอลเล่ย์บอลสโมสรหญิงชิงแชมป์โลกนั่นเอง 

และนี่ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จอีกก้าวของทีมสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทค  ซึ่งในการแข่งขันระดับเอเชียนั้นทางสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีเทค ก็สร้างผลงานแบบไม่น้อยหน้าด้วยการเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 3 ครั้ง  ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างมากด้วยการคว้าแชมป์ 2 ครั้งในฤดูกาล 2017 และ 2018 และรองแชมป์อีก 1 ครั้งฤดูกาล 2019 นั่นเอง 

และก็ยังมีการแข่งขันซึ้งเป็นรายการพิเศษเป็นการแข่งขันรายการ วีทีวี อินเตอร์เนชันเเนลคัพ  ทางสโมสรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรีอีเทค ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และก็ทำผลงามได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์มาครองเป็นผลสำเร็จ          

ทั้งหมดนี้เป็นผลงานและการแข่งขันรายการต่างๆของสโมสรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรีอีเทคนั่นเอง  นับว่าเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม และประสบความสำเร็จ ของวอลเล่ย์ระดับสโมสรของประเทศไทยเลยทีเดียว  เรากล้าพูดได้เลยว่า ยังไม่มีสโมสรวอลเล่ย์ไทยทีมไหน ที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมเท่านี้มาก่อน 

และเรามีลุ้นกันว่าทีมสโมสรวอลเล่ย์บอลสุพรีมชลบุรีอีกเทคในการแข่งขันวอลเล่ย์ในไทย ฤดูกาล 2020-2021 นี้ ทางสโมสรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรีอีเทคนั้น จะคว้าแชมป์ได้อีกหรือไม่  และฝากเป็นกำลังใจแรงเชียร์ให้กับทีมสโมสรวอลเล่ย์สุพรีมชลบุรีอีเทคนี้ด้วย เพื่อในการคว้าแชมป์ในการแข่งขันในรายการต่างๆ

ลิเวอร์พูล เสริม 2 แนวรับ หวังเก็บคลีนชีต เพื่อไต่อันดับ

ลิเวอร์พูล เสริม 2 แนวรับ

          ลิเวอร์พูล เสริม 2 แนวรับ เพื่อทดแทนกองหลังที่บาดเจ็บ และเก็บคลีนชีต รวมทั้งเก็บชัยชนะ หวังไต่อันดับขึ้นไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกสมัยให้ได้ สืบเนื่องมาจากการที่ ลิเวอร์พูล ประสบปัญหา กองหลังบาดเจ็บ ตั้งแต่ เฟอร์จิล ฟานไดจ์ กับ โจ โกเมซ ส่งผลให้ คล็อปป์ ใช้งาน ฟาบินโญ่ คู่กับ โจเอล มาติป ก็มาบาดเจ็บเพิ่มอีก เลยหันไปดึงเอา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (กับตันทีมตำแหน่งกองกลาง) มาเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก คู่กับ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ เลยทำให้บอร์ดบริหารของหงส์แดง ลิเวอร์พูล เห็นด้วยกับผู้จัดการทีมอย่าง เจอร์เก็น คล็อปป์ ในการซื้อนักเตะแนวรับเพิ่ม จึงเป็นที่มาของการซื้อเพิ่มถึง 2 คน

          คนแรกที่เสริมแนวรับ คือ เบน เดวี่ส์ กองหลังตัวเก่งจากทีม เปรสตัน นอร์ธเอนด์ เป็นกองหลังที่ถนัดเท้าซ้าย ตำแหน่งหลักคือ เซ็นเตอร์แบ็ก และสามารถโยกไปเล่นตำแหน่งแบ็กซ้ายได้อีกด้วย ปัจจุบัน เบน มีอายุ 25 ปี เจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 1 นิ้ว หรือ 185 เซนติเมตร เล่นให้กับ เปรสตัน ถึง 135 แมตซ์ และเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ฤดูกาล 2017/2018 มีความสามารถในการเลี้ยงบอลที่ดี จากแดนหลังขึ้นไปแดนหน้า มีความเป็นกองหลังยุคใหม่ สามารถเล่นได้ทั้งระบบหลัง 4 คน และ หลัง 3 คน ได้ดี แรงปะทะดี สมาธินิ่ง และที่ เจอร์เก็น คล็อปป์ ชื่นชอบอีกสิ่งหนึ่งก็คือ การเปิดบอลยาวที่แม่นยำ เข้าได้รับเสื้อหมายเลข 28

          คนที่สองที่ ลิเวอร์พูล เสริมแนวรับ คือ โอซาน คาบัค กองหลังทีมชาติตุรกี สังกัดสโมสร ชาลเก้ 04 แห่งเวทีบุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยสัญญายืมตัว พ่วงออปชั่นซื้อขาด ปัจจุบัน อายุ 20 ปี สูง 186 เซนติเมตร ถนัดเท้าขวา เป็นคีย์แมนสำคัญในแนวรับของทีมมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ คล็อปป์ เลือกเจ้าหนูวัย 20 ปี ก็เพราะว่า เป็นเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวาที่มีความแข็งแกร่งในการปะทะ โดยเฉพาะการป้องกันในลูกกลางอากาศ โดยมีสถิติค่าเฉลี่ย เอาชนะลูกโหม่งคู่แข่ง ได้มากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของบุนเดสลีกา มีการทำประตูจากลูกตั้งเตะอีกด้วย  เป็นกองหลังสไตล์เดียวกับ เดยัน ลอฟเรน โดย คาบัค จะใส่เสื้อหมายเลข 19

          ติดตามผลงานของนักเตะตำแหน่งกองหลัง ทั้ง 2 คนนี้ ว่าจะมาเสริมแนวรับ ลิเวอร์พูล เก็บคลีนชีต และพาทีมไต่อันดับขึ้นไปเรื่อยๆ จนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครองอีกสมัยหรือไม่ ตามลุ้นตามเชียร์กันต่อไป กับสาวกเดอะค็อป

บาส ปอป้อ เดินหน้าขึ้นอันดับ 2 โลก แบดมินตันคู่ผสม

บาส ปอป้อ เดินหน้าขึ้นอันดับ 2 โลก

          บาส ปอป้อ เดินหน้าขึ้นอันดับ 2 โลก แบดมินตันประเภทคู่ผสมหลังจากที่ทั้งสองคนประสบความสำเร็จ ในการคว้าแชมป์ 3 รายการติดต่อกัน ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่ง ประกอบไปด้วย คว้าแชมป์ในการแข่งขัน โยเน็ก ไทยแลนด์ โอเพ่น, โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น และ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ จากเดิมที่อยู่อันดับ 3 เดินหน้าขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ของโลก อย่างเป็นทางการ จากการประกาศของ สหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ (BWF) สำหรับอันดับ 1 ของโลก ประเภทคู่ผสม เป็นของ ซง ซีเว่ย กับ หวงหย่าเชียง จากประเทศจีน

          สำหรับนักแบดมินตันของไทยรายอื่นๆ ที่น่าสนใจ ก็จะเป็น น้องเมย์ รัชนิก อินทนนท์ ตำแหน่งได้ร่วงจากอันดับ 5 ของโลก ไปเป็นอันดับ 6 ของโลก, ประเภทหญิงคู่ กิ๊ฟ จงกลพรรณ กิติธรากุล กับ วิว รวินดา ประจงใจ เดินหน้าขึ้นจากอันดับ 10 ของโลก ขึ้นไปเป็น คู่มือวางอันดับ 8 ของโลก

          โดยสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ ได้ประกาศตัดสินใจยึดคะแนนอันดับโลก ตั้งแต่จบจากการแข่งขันออลอิงแลนด์ 2020 เพื่อความยุติธรรมของบรรดานักแบดมินตัวทั่วโลก หลังจากที่ไม่สามารถจัดการแข่งขันรายการต่างๆ ได้ในขณะนี้ เพราะปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนกระทั่งกลับมาเปิดการแข่งขัน ทั้ง 3 ทัวร์นาเมนต์ในระดับเวิลด์ทัวร์ ในประเทศไทย

          ด้วยผลงานของ เดชาพล พัววรานุเคราะห์ (บาส) กับ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย (ปอป้อ) ที่คว้าแชมป์ทั้ง 3 รายการ ทำให้คะแนนสะสมขึ้นจาก 3 มาเป็นอันดับ 2 ของโลก แบดมินตันประเภทคู่ผสม อย่างเป็นทางการ สุดยอดจริงๆ เลยครับ สำหรับสองคนนี้

         อย่าลืมติดตามผลงานของ บาส กับ ปอป้อ เพื่อให้เดินหน้าคว้าแชมป์ ขึ้นไปเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกให้ได้ และติดตามเชียร์ นักแบดมินตันไทย ในการแข่งขันรายการต่อๆไปนะครับ